กมธ.ติดตามการบริหารงบฯ จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการเรื่อง “ปัญหาการเบิกจ่ายงบประมาณล่าช้าเป็นผลจากระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง การกำหนดราคากลางที่ไม่เหมาะสม ส่งผลให้เกิดปัญหาผู้ประกอบการ ทิ้งงาน”

กมธ.ติดตามการบริหารงบฯ จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการเรื่อง “ปัญหาการเบิกจ่ายงบประมาณล่าช้าเป็นผลจากระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง การกำหนดราคากลางที่ไม่เหมาะสม ส่งผลให้เกิดปัญหาผู้ประกอบการ ทิ้งงาน”

 

วันที่ 16 มีนาคม 2569 เวลา 13.00 นาฬิกา ณ ห้องวิภาวดีรังสิต โรงแรมปริ๊นส์ตั้น เขตดินแดง กรุงเทพฯ คณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ วุฒิสภา จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการเรื่อง “ปัญหาการเบิกจ่ายงบประมาณล่าช้าเป็นผลจากระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง การกำหนดราคากลางที่ไม่เหมาะสม ส่งผลให้เกิดปัญหาผู้ประกอบการทิ้งงาน” โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษอลงกต วรกี ประธานคณะกรรมาธิการ เปิดการสัมมนาและปาฐกถาพิเศษ นางสาวภิญญาพัชญ์ ศันสนียชีวิน รองโฆษกคณะกรรมาธิการ กล่าวรายงาน พร้อมด้วยกรรมาธิการ อนุกรรมาธิการ หน่วยงานภาครัฐและเอกชน เข้าร่วมสัมมนา

 
.
ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษอลงกต วรกี ประธานคณะกรรมาธิการ กล่าวว่า การบริหารงบประมาณภาครัฐเป็นกระบวนการสำคัญที่เชื่อมโยงการดำเนินงานของทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน โดยกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างถือเป็นขั้นตอนหนึ่งที่มีผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพ ความคุ้มค่า และความโปร่งใสในการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐ อย่างไรก็ตามในทางปฏิบัติยังพบปัญหาหลายประการที่เกี่ยวกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง เช่น ความล่าช้าในขั้นตอนการดำเนินงาน การตีความกฎหมายและระเบียบที่แตกต่างกัน ปัญหาผู้ประกอบการทิ้งงาน การขาดระบบติดตามและประเมินผลที่เป็นระบบ ข้อจำกัดด้านความรู้และทักษะของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ การกำหนดราคากลางที่ไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง การปรับราคาค่าวัสดุ ค่าแรง ค่า K และค่า F ที่ไม่ทันต่อสถานการณ์ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของผู้ประกอบการ ทำให้เกิดปัญหาการทิ้งงาน งานล่าช้า งานไม่มีคุณภาพ และสร้างความเสียหายต่อภาครัฐและประชาชนในวงกว้าง นอกจากนี้ ยังพบปัญหาการแข่งขันราคาอย่างไม่เป็นธรรม การตัดราคา หรือฮั้วประมูลงาน ตลอดจนการรับงานเกินศักยภาพ การจ้างช่วง และปัจจัยเสี่ยงจากเหตุสุดวิสัย อาทิ ภัยพิบัติ ซึ่งล้วนเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินโครงการให้แล้วเสร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ การสัมมนาในวันนี้มุ่งหวังเพื่อจะได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนข้อมูลและแสดงความคิดเห็น เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นและรวบรวมข้อเสนอแนะทั้งเชิงนโยบายและเชิงระบบ เพื่อนำข้อมูลไปประกอบการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ รวมทั้งดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

 
.
ภายในงานฯ มีการบรรยายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็น 1) โครงการ รายละเอียดโครงการและราคากลางของโครงการ ลงในระบบอินเทอร์เน็ต ราคากลางระยะ 3 เดือน ไม่ครอบคลุมระยะเวลาการก่อสร้างที่เกินกว่า 3 เดือน รวมถึงค่า K ซึ่งถึงแม้จะครอบคลุมราคากลางที่เพิ่มขึ้น หรือลดลงจากการเบิกจ่ายค่า K ใช้เวลาในการเบิกจ่ายหลังจากโครงการ เสร็จแล้ว 1 ปี ถือว่าล่าช้ามาก ส่งผลต่อสภาพคล่องของผู้ประกอบการ ระยะเวลาในการคืนค่า K เหมาะสมหรือไม่ 2) การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเพื่อความเชื่อมั่นต่อสังคม และความปลอดภัย/ผู้ประกอบการประมูลงาน/แข่งราคา/ฮั้วประมูลงาน/การตัดราคาทำให้มูลค่างานลดลง 3) ความล่าช้า ประกอบด้วย ผู้ชนะการประมูลรับงานจำนวนมาก ราคาวัสดุก่อสร้างเพิ่มขึ้น เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ไม่สามารถดำเนินการต่อได้ เช่น ภัยพิบัติ ผู้ชนะการประมูลรับงานนอกพื้นที่ ผู้ชนะการประมูล มีการจ้างช่วงทำให้งานไม่มีคุณภาพ 4) ผู้ชนะการประมูลทิ้งงาน มีมูลเหตุมาจากอะไร มีแนวทางแก้ไขอย่างไร โดยเฉพาะราคากลางที่เหมาะสมซึ่งทำให้ผู้ชนะการประมูลไม่ทิ้งงาน และ 5) การกำหนดเกณฑ์การตรวจสอบความเสียหายและมูลค่าความเสียหาย กำหนดเวลาในการตรวจสอบว่าไม่เกินกี่วัน และไม่ควรมีเงื่อนไขอื่น ในการขยายเวลา ส่วนการชดเชยเยียวยาผู้ประสบภัยควรนำหลักใช้ค่า F มาใช้ประกอบในการเพิ่มในวงเงินเยียวยาด้วย เพราะให้ถือว่าค่า F คือค่าแรง นอกจากนี้ ได้แบ่งกลุ่มผู้เข้าร่วมสัมมนาเฉพาะกรรมาธิการ อนุกรรมาธิการ และบุคคลในวงงานคณะกรรมาธิการ เพื่อระดมความคิดเห็นจัดทำสรุปประเด็นข้อสังเกตและข้อเสนอแนะนำเสนอตามหัวข้อสัมมนาฯ อีกด้วย

Related posts